|
||||||||||
สินเชื่อเพื่อภาษีนิติบุคคลฤดูเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมาถึงแล้ว เดือนพฤษภาคม 2552 คือเดือนสุดท้ายของการยื่นเสียภาษีเงินไ้ด้นิติบุคคลสำหรับผลประกอบการปี 2551 มีข่าวน่ายินดีว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามกระทรางการคลังเสนอ ให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีกำไรในปีที่แล้วและมีปัญหาขาดสภาพคล่องในปีนี้ ทั้งนี้ โดยให้บรรษัทประกันนสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. เข้าค้ำประกันให้แก่ผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน จากสถาบันการเงิน เพื่อนำมาจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล ในการค้ำประกันดังกล่าว กระทรวงการคลังได้เสนอให้ บสย. เข้าค้ำประกัน แบบ 100% นับเป็นข่าวดีที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้ เชื่อว่า ผู้ประกอบการคงให้ความสนใจกันมาก เนื่องจากดอกเบี้ยเงินกู้ จะอย่างไร ก็ยังต่ำกว่าดอกเบี้ยภาษีในกรณีของการผ่อนชำระ ถ้ามีปัญหาขาดสภาพคล่องและหลีกเลี่ยงไม่ได้ (แต่ขอเตือนว่า ในภาวะที่ สรรพากรประสบรายได้ภาษีอย่างในขณะนี้ ปฏิบัติการตรวจสอบของกรมสรรพากรจะเข้มข้นเป็นพิเศษอย่าหลีกเลี่ยงดีกว่า ) การขอ "สินเชื่อเพื่อภาษีนิติบุคคล" น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว รายละเอียดของ "สินเชื่อเพื่อภาษีนิติบุคคล" ที่มากกว่านี้ ผู้ประกอบการคงต้องติดตามกันเอง เชื่อว่ากรมสรรพากรและสถาบัน การเงินทุกแห่งน่าจะมีข้อมูล สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าข่ายเป็น SMEs คือเป็นนิติบุคคลทั้งประเภทบริษัท และห้างหุ้นส่วน ที่มี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาทในวันสุดท้ายของปีบัญชี 2551 และมีกำไรสุทธิไม่เกิน 3 ล้านบาทรอบปีบัญชี 2551 จะเสียภาษี เงินได้นิติบุคคลต่ำกว่าอัตราปกติซึ่งกรมสรรพากรจัดเก็บอยู่ที่ 30% นอกจากกนี้แล้ว ตามประกาศของกรมสรรพากรที่ออกมาใหม่ ยังได้ผ่อนปรนให้แก่ผู้ประกอบการในระดับ SMEs โดยอนุญาตให้หักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในอัตราพิเศษสำหรับคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, โรงงานและเครื่องจักร ผลของการผ่อนปรนข้างต้นจะทำให้ผู้ประกอบการนำค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์บางอย่างมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี เงินได้นิติบุคคลได้สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่า จะเสียภาษีน้อยลงนั่นเอง ดังนั้น จึงอยากจะย้ำกับผู้ประกอบการว่าต้องศึกษาให้ ละเอียดถึงวิธีการคำนวณภาษีและวิธีการยื่นภาษี ถ้าไม่แน่ใจ การมีที่ปรึกษาทางด้านภาษีที่เชื่อมือได้จริงๆ น่าจะปลอดภัยทีุ่สุด ที่มา : SMEs Today |
||||||||||
|
||||||||||